1. หลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทและบริษัทย่อยตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่พึงมีต่อสังคมและชุมชน และดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเพื่อมุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะมีต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ตั้งแต่ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง และเจ้าหนี้ จึงได้กำหนดนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียเพื่อความยั่งยืนของกิจการ และสังคมโดยรวม เพื่อถือเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับการกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท และได้ยกระดับการปฏิบัติที่เป็นทางการมากขึ้นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนปี 2555 (The Principles of Good Corporate Governance of Listed Companies 2012) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) กำหนดและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code for Listed Companies 2017) ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) กำหนด เมื่อบริษัทเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และแสดงถึงความโปร่งใสต่อนักลงทุนอันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนต้องกำกับดูแลให้องค์กรมีการบริหารจัดการที่ดีซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจการ กำหนดกลยุทธ์ นโยบายในการทำงาน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรสำคัญเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย รวมถึงติดตาม ประเมินผล และดูแลการรายงานผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ต้องกำกับดูแลกิจการให้นำไปสู่เป้าหมาย โดยมุ่งหวังให้กิจการสามารถแข่งขันในธุรกิจได้ มีผลการประกอบการที่ดีในระยะยาว ภายใต้การประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิและมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ลูกค้า คู่ค้า โดยการดำเนินธุรกิจนั้นจะต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม และคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถที่จะปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพธุรกิจอีกด้วย
กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยร่วมมือกับองค์กรทั้งภายในและภายนอกควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจด้วยขั้นตอนการทำงานที่ให้ความสำคัญต่อการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมไปกับการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมและสะท้อนความต้องการของผู้คนและสิ่งแวดล้อมบริษัทและบริษัทย่อยให้ความสำคัญต่อความสุขของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรตามห่วงโซ่ของการผลิต โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรทั้งด้านความรู้และจิตสำนึกเพื่อให้เป็นทรัพยากรที่มีค่าของโลกต่อไป และตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้าบริษัทและบริษัทย่อยจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคู่ค้า ภายใต้ด้วยเชื่อในความรัก ความเป็นหนึ่งเดียว และจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบ บริษัทและบริษัทย่อยตั้งปณิธานที่จะสร้างสังคมให้ดีขึ้นผ่านทุกกิจกรรมที่บริษัทและบริษัทย่อยทำโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน
2. โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ นโยบาย และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท รวมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะกรรมการบริษัทมีการติดตามผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ โดยมีสัดส่วนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด เพื่อถ่วงดุลอำนาจและสนับสนุนการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระและรอบคอบ นอกจากนี้ บริษัทแยกบทบาทระหว่างประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในการบริหารจัดการ

เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการกำกับดูแลกิจการ บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหาร โดยแต่ละคณะมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจนตามกฎบัตรที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องขณะที่คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีบทบาทในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงรวมถึงกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการบูรณาการประเด็นด้านบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคมเข้ากับการดำเนินธุรกิจและกระบวนการตัดสินใจขององค์กรโดยมีการรายงานผลการดำเนินงานและประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
คณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
แต่เดิมทีคณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีชื่อเก่าว่า “คณะทำงานกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการเปลี่ยนชื่อเป็นคณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ด้วยเล็งเห็นเห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ด้วยตระหนักว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีจะทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างยั่งยืน และเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นในระยะยาว ดังนั้น เพื่อยกระดับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี และช่วยในการขับเคลื่อนการดําเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวางรากฐานเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่แข็งแกร่ง จึงเห็นสมควรเสนอเปลี่ยนชื่อคณะทำงานใหม่ เพื่อทําหน้าที่พิจารณา กําหนด ทบทวน และปรับปรุงนโยบายการกํากับดูแลกิจการ จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อความยั่งยืนของกิจการ และสังคมโดยรวม ตลอดจนนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และนโยบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
และในปี 2568 ได้มีการเพิ่มจำนวนสมาชิกคณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนเพื่อให้มีตัวแทนพนักงานครอบคลุมถึงทุกหน่วยงาน ทำให้มีการปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คณะทำงานชุดปัจจุบันประกอบด้วย
- นางอารีรัตน์ อุลิตสถิต
ประธานคณะทำงาน/ประธานเจ้าหน้าที่สายงานผลิตภัณฑ์ - นางสาวยุพา ปังศรีนนท์
คณะทำงาน/ประธานเจ้าหน้าที่สายงานธุรกิจ - นางสาวปวิตรา หอไพฑูรย์
คณะทำงาน/ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาดและ Commercial Excellence - นายอิทธิชัย ปากเกร็ด
คณะทำงาน/หัวหน้าสื่อสารองค์กร-แรงงานสัมพันธ์ - นางสาวสมนึก เพิ่มพูล
คณะทำงาน/ผู้จัดการโรงงานสมุทรปราการ - นางสาวธมนวรรณ อิสริยะวาณิช
คณะทำงาน/ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายจัดซื้อ - นางสาวมนรดา แย้มศรี
คณะทำงาน - นางสาวธันย์ชนก เชาวะวณิช
คณะทำงาน - นางสาวนวพร ศักดิ์ภูติวัฒน์
คณะทำงานและเลขานุการคณะทำงานฯ

ตารางโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการและบทบาทด้าน ESG
| หน่วยงานกำกับดูแล | บทบาทหน้าที่หลัก | บทบาทด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) |
|---|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท | กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท | กำกับดูแลนโยบายและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน พิจารณาและติดตามประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญ รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว |
| ประธานกรรมการบริษัท | เป็นผู้นำและกำกับดูแลการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ | ส่งเสริมหลักบรรษัทภิบาลและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ สนับสนุนการบูรณาการประเด็นความยั่งยืนเข้าสู่การกำกับดูแลและถกคณะกรรมการ และสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจที่เหมาะสม |
| คณะกรรมการตรวจสอบ | กำกับดูแลระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย | กำกับดูแลความเสี่ยงด้าน ESG การปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรม ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้านความยั่งยืน การบริหารเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ |
| คณะกรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน |
สรรหา แต่งตั้ง และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร | ส่งเสริมโครงสร้างการกำกับดูแลที่เหมาะสม พิจารณาค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานและความยั่งยืน สนับสนุนความหลากหลาย ความเป็นธรรมและการพัฒนาทุนมนุษย์ |
| คณะกรรมการบริหาร | บริหารจัดการและขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท | นำนโยบายและกลยุทธ์ด้าน ESG ไปสู่การปฏิบัติ ติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับปฏิบัติการ และรายงานประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท |
| คณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | สนับสนุนการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | พัฒนาและติดตามแผนงานด้าน ESG บูรณาการ ESG เข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจ ประสานงานภายในองค์กร และรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ |
| คณะทำงานบริหารความเสี่ยง | บริหารจัดการและติดตามความเสี่ยงขององค์กร | ระบุ ประเมิน และติดตามความเสี่ยงด้าน ESG ควบคู่กับความเสี่ยงทางธุรกิจ บูรณาการ ESG Risk เข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร และรายงานต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) | บริหารงานโดยรวมและขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร | ขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนสู่การปฏิบัติ สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบ ติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท |
การประชุมของคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ปี 2568
| คณะกรรมการ/คณะทำงาน | สาระสำคัญ | ความถี่ในการประชุม (ครั้ง/ปี) |
|---|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท | 1. อนุมัติแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Contingency Plan: BCP) และรับทราบการแต่งตั้งคณะทำงาน BCP 2. อนุมัติเปลี่ยนชื่อคณะทำงานกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Governance and Corporate Social Responsibility: CG&CSR) เป็น คณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainable: CGS) และแต่งตั้งเลขานุการคณะทำงาน CGS 3. อนุมัติทบทวนแก้ไขกฎบัตร ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับการดำเนินการด้านความยั่งยืนของบริษัท 4. อนุมัตินโยบาย และคู่มือที่สำคัญของบริษัท เช่น (จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ, นโยบายการรับ-ให้ของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด, นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงาน, คู่มือบรรษัทภิบาลของบริษัท ฯลฯ) 5. รับทราบรายงานติดตามผลการดำเนินงานความเสี่ยงองค์กร |
6 |
| คณะกรรมการตรวจสอบ | 1. พิจารณาแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Contingency Plan: BCP) และรับทราบการแต่งตั้งคณะทำงาน BCP 2. เห็นชอบรายการระหว่างกันประจำปี 2567 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ของบริษัทและบริษัทย่อย 3. เห็นชอบงบการเงินผลการประเมินประสิทธิภาพความเพียงพอระบบการควบคุมภายใน 4. เห็นชอบแผนการตรวจสอบภายในประจำปี 2568 5. จารณาเห็นชอบนโยบาย และคู่มือที่สำคัญของบริษัท 6. รับทราบการติดตามผลการดำเนินงานความเสี่ยงองค์กร และการประเมินความเสี่ยงองค์กร 7. พิจารณารายการเกี่ยวโยงกัน 8. ให้ความเห็นชอบงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย 9. พิจารณาเห็นชอบขอบเขตกฎบัตรและนโยบายต่างๆ ของบริษัท |
6 |
| คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน | 1. เห็นชอบหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ประจำปี 2567 และ 2568 2. เห็นชอบแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ปี 2568 3. รับทราบรายงานประเมินผลด้านจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน ประจำปี 2567 |
3 |
| คณะทำงานบริหารความเสี่ยง | 1. เห็นชอบการติดตามผลประเมินความเสี่ยงภายในองค์กร ประจำปี 2568 2. เห็นชอบร่างแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ 3. เห็นชอบร่างงานประเมินความเสี่ยงภายในองค์กรประจำปี 2568 4. เห็นชอบรายชื่อคณะทำงานบริหารความเสี่ยง (ชุดย่อย) ประจำปี 2568 5. รับทราบนโยบายการบริหารความเสี่ยงประจำปี 2568 6. ให้ความเห็นการติดตามแผนงานนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่ตามที่กฎหมายไม่มีคับใช้ 7. รับทราบความเสี่ยงจากเหตุการณ์แนวโน้มใหม่ 8. ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานการวัดระดับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม 9. ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนความเสี่ยงจากเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติต่างๆ 10. อนุมัติการกำหนดคุณสมบัติที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานและมอบหมายต่อบริษัทและบทบาทหน้าที่ของฝ่ายบริหาร 11. อนุมัตินโยบายหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดคุณภาพที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน 12. อนุมัติกำหนดแผนทดสอบเมื่อเกิดคุณภาพที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน |
4 |
| คณะทำงานกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน | 1. อนุมัติแต่งตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงาน 2. รับทราบความคืบหน้า SBTI 3. รับทราบประเด็นความยั่งยืนของบริษัทฯ 4. พิจารณาตัวชี้วัดและเป้าหมายด้าน ESG ประจำปี 2569 5. เสนอทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย, ขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบฯ และนโยบายต่าง ๆ ของบริษัทฯ 6. เห็นชอบแผนการดำเนินงาน CGS ปี 2569 7. เห็นชอบงบประมาณกิจกรรม CSR ปี 2569 |
5 |
| คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน | 1. ทบทวนบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัยครบถ้วนตามกฎหมาย 12 ประการ 2. ติดตามและสรุปกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่ประกาศใหม่ในปี 2025 รวม 10 ฉบับ 3. จัดทำและดำเนินมาตรการอนุรักษ์การได้ยินแบบครบวงจร 4. จัดทำคู่มือความปลอดภัยประจำปี 2025 ในรูปแบบ E-book 5. เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยด้านไฟฟ้า เครื่องจักร ไฟฟ้าสถิตและการทำงานในที่อับอากาศ 6. ส่งเสริมวัฒนธรรมการรายงานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุก |
12 |
3. นโยบายด้านการกำกับดูแลและจริยธรรมทางธุรกิจ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีในฐานะรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตในการดำเนินงาน บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการกำกับการตัดสินใจ การดำเนินธุรกิจ และการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านบรรษัทภิบาลที่ดีในระดับสากล
ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทมุ่งเน้นการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยมีการแบ่งแยกบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส โดยได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการเข้าทำรายการระหว่างกันและรายการที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสร้างความมั่นใจว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นไปตามหลักการทางการค้า มีความสมเหตุสมผลและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้น ทั้งนี้การพิจารณาและอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรายงานส่วนได้เสีย เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องจากตำแหน่งหน้าที่ในบริษัท และต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนได้เสียที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลา เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลภายในและความเชื่อมั่นของนักลงทุนจึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) โดยกำหนดแนวทางการเก็บรักษา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน และกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดหลักการในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียงขององค์กร
ขณะเดียวกัน บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ครอบคลุมประเด็นด้านความซื่อสัตย์สุจริต การปฏิบัติตามกฎหมาย การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทมีการสื่อสารและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับตระหนักและปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจริยธรรมและความรับผิดชอบ

บริษัทเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และเป็นรากฐานที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว
เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวปฏิบัติสากล บริษัทให้ความสำคัญกับการทบทวนและพัฒนานโยบาย แนวปฏิบัติ และกลไกการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการกำกับดูแลเชิงป้องกัน (preventive governance) การบริหารความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล และการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และจริยธรรมในทุกระดับขององค์กร
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งบูรณาการการกำกับดูแลด้านจริยธรรมและความโปร่งใสให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบโดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล รวมถึงการถ่ายทอดหลักการและค่านิยมด้านจริยธรรมไปสู่พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
4. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในหลักจริยธรรม โดยไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล
ภายใต้นโยบายดังกล่าว บริษัทกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องไม่เรียกร้อง รับ เสนอ หรือให้สินบน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไม่ชอบธรรม ทั้งนี้ นโยบายครอบคลุมถึงการดำเนินธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ โดยบริษัทมุ่งเน้นให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดถือประโยชน์สูงสุดขององค์กรเป็นสำคัญ
บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรับ–ให้ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้การรับหรือให้ของขวัญและการเลี้ยงรับรองต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม มีมูลค่าไม่เกินกว่าที่กำหนด และไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจหรือก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติพร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนในการรายงานและขออนุมัติในกรณีที่มีความเสี่ยงหรืออาจก่อให้เกิดความไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพย์สินของบริษัทและการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยกำหนดให้บุคลากรใช้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต และเพื่อประโยชน์ขององค์กรเท่านั้น รวมถึงไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบ

เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ บริษัทได้จัดให้มีนโยบายการแจ้งเบาะแสและการรับเรื่องร้องเรียนการกระทำความผิดและการทุจริต โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต การฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการไม่ปฏิบัติตามนโยบายของบริษัท ผ่านช่องทางที่กำหนดอย่างปลอดภัยและเป็นความลับ บริษัทให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเหมาะสมและดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นอิสระ
บริษัทมีการกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจนของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล ติดตาม และทบทวนการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชันรวมถึงการดำเนินการทางวินัยและมาตรการตามกฎหมายในกรณีที่พบการกระทำผิด เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังและมีประสิทธิผล
บริษัทเชื่อมั่นว่า การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทมุ่งมั่นยกระดับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาลในระดับสากล
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ผ่านการบูรณาการหลักการด้านความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสเข้ากับกระบวนการตัดสินใจ การดำเนินงาน และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทเชื่อมั่นว่าการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสังคม และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ระบบการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส (Whistleblowing)
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในหลักจริยธรรม โดยตระหนักว่าระบบการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและตรวจสอบการกระทำที่ไม่เหมาะสม การทุจริตคอร์รัปชัน การฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการแจ้งเบาะแสและการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ภายใต้นโยบายดังกล่าว บริษัทกำหนดขอบเขตการรับเรื่องร้องเรียนให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบของบริษัท การทุจริตคอร์รัปชัน การกระทำที่ขัดต่อหลักจริยธรรมทางธุรกิจ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรายงานข้อมูลทางการเงินที่ไม่ถูกต้องตลอดจนการกระทำอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทผู้ถือหุ้น หรือผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทได้จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและร้องเรียนที่หลากหลายและเข้าถึงได้ โดยผู้แจ้งสามารถเลือกใช้ช่องทางที่เหมาะสม ทั้งการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร การแจ้งผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด หรือการแจ้งต่อหน่วยงานและบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความลับของข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้แจ้ง
เมื่อได้รับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบ เป็นธรรม และเป็นอิสระ โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาข้อเท็จจริง วิเคราะห์ประเด็น และกำหนดแนวทางดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบและแนวทางดำเนินการจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามระดับความสำคัญของเรื่องเพื่อให้เกิดการกำกับดูแลและติดตามอย่างเหมาะสม
บริษัทให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ร้องเรียนโดยไม่ให้มีการกลั่นแกล้ง การลงโทษ หรือการปฎิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการแจ้งข้อมูลโดยสุจริตพร้อมทั้งกำหนดมาตรการทางวินัยและการดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่ตรวจพบการกระทำผิด เพื่อให้ระบบการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสเป็นกลไกที่มีประสิทธิผลและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในการใช้สิทธิแจ้งข้อมูลอย่างเหมาะสม
บริษัทมุ่งพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็ง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถป้องกัน ตรวจพบ และจัดการประเด็นด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาลได้อย่างทันท่วงที โปร่งใส และเป็นธรรม
ในปี 2568 ไม่มีข้อร้องเรียนผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนที่่ให้บุคคลภายนอกและบุุคลากรของบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตและการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ และจรรยาบรรณ โดยผู้ปฏิบัติงาน (First Line) อย่างสม่ำเสมอ โดยมีหน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ในการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการประเมินความเสี่่ยงและการควบคุมภายใน และรายงานคณะกรรมการตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างต่อการแสดงความคิดเห็นและการแจ้งข้อมูลโดยสุจริต โดยบูรณาการหลักการด้านความโปร่งใส ความรับผิดชอบและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสเข้ากับการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร บริษัทเชื่อมั่นว่าระบบการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิผลจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ โปร่งใส และยั่งยืน คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายการบริหารความเสี่ยงและกำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เพื่อให้สามารถระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างเหมาะสม
บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดกรอบ แนวทาง และกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านการทุจริต และความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ทั้งนี้ บริษัทกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เช่น แผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) และดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) เพื่อสนับสนุน การตัดสินใจและการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก
กระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทเป็นไปตามแนวทางที่เป็นระบบ โดยเริ่มจากการกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ การระบุและประเมินความเสี่ยง การกำหนดแนวทางในการจัดการความเสี่ยง เช่น การยอมรับ การลด การหลีกเลี่ยง หรือการถ่ายโอนความเสี่ยง ตลอดจนการติดตามและรายงานผลต่อคณะทำงานบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ในด้านการควบคุมภายใน บริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมและเพียงพอ เพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัทและสร้างความเชื่อมั่นต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในดำเนินการประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน โดยอ้างอิงกรอบมาตรฐานสากล COSO Internal Control–Integrated Framework ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบหลักทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ สภาพแวดล้อมการควบคุม การประเมินความเสี่ยง กิจกรรมการควบคุม ข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร และการติดตามประเมินผล
ฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัทมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน และรายงานผลการตรวจสอบ โดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่สอบทานและประเมินประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน กระบวนการบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามผลการแก้ไขตามข้อเสนอแนะจากการตรวจสอบ เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสมและเพียงพอ สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัทมุ่งยกระดับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิผล โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในสามารถรองรับทั้งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างรอบด้าน
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบูรณาการการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเข้ากับกระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร โดยส่งเสริมวัฒนธรรมการตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ บริษัทเชื่อมั่นว่าระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การกำกับดูแลบริษัทย่อย และห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตระหนักว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรต้องอาศัยการกำกับดูแลที่มีประสิทธิผล โปร่งใส และสอดคล้องกับกลยุทธ์ และค่านิยมของบริษัทในทุกระดับของกลุ่มบริษัท
ภายใต้นโยบายการลงทุนและการกำกับดูแลการดำเนินงานในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม บริษัทกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการลงทุน การถือหุ้น และการกำกับดูแลกิจการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และแผนกลยุทธ์ของบริษัท โดยคำนึงถึงความเหมาะสมด้านธุรกิจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นผลตอบแทนจากการลงทุน และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นในระยะยาว การตัดสินใจลงทุนหรือการดำเนินรายการที่มีนัยสำคัญจะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด โดยมีการกำหนดบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจนของคณะกรรมการผู้บริหาร และผู้แทนของบริษัทที่เข้าไปดำรงตำแหน่งในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมาย นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายบริหารความเสี่ยง และนโยบายสำคัญของบริษัท รวมถึงการติดตามผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ
ในด้านการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทมุ่งส่งเสริมให้บริษัทย่อย คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจ จรรยาบรรณ และแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทใช้จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจเป็นกรอบแนวทางร่วมในการดำเนินงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างเหมาะสม ถูกต้อง และครบถ้วน โดยกำหนดให้การทำรายการระหว่างกันและรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นไปตามหลักการทางการค้า มีความสมเหตุสมผล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าที่มีประสิทธิผลจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท ลดความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทมุ่งยกระดับการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการกำกับดูแลกิจการในระดับกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานของบริษัทย่อยและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าสอดคล้องกับกลยุทธ์ นโยบาย และมาตรฐานด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาลของบริษัท
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบูรณาการหลักการกำกับดูแลกิจการ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับการตัดสินใจด้านการลงทุนและการดำเนินงานในระดับกลุ่มบริษัท โดยเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในฐานะหลักการสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทมุ่งมั่นเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ ทันเวลา และเป็นธรรม ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวปฏิบัติด้านบรรษัทภิบาลที่ดี
คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให้การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลคุณภาพ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เปิดเผยไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งานข้อมูล
บริษัทได้จัดทำนโยบายด้านการเปิดเผยข้อมูลเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ทั้งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยยึดหลักความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล (Fair Disclosure) และการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงกำหนดแนวทางในการเปิดเผยข้อมูลเชิงคาดการณ์ (Forward-looking Information) ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เหมาะสม
ในด้านการรายงานทางการเงิน บริษัทให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ครบถ้วน และความตรงต่อเวลา โดยจัดให้มีระบบและกระบวนการนำส่งงบการเงินที่เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องและอยู่ภายใต้การสอบทานของคณะกรรมการตรวจสอบก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ นอกจากนี้ บริษัทยังมีมาตรการควบคุมการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม
บริษัทให้ความสำคัญกับบทบาทของเลขานุการบริษัทในการสนับสนุนการกำกับดูแลด้านการเปิดเผยข้อมูล โดยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างคณะกรรมการ ฝ่ายบริหาร และหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงดูแลให้การเปิดเผยข้อมูล การจัดทำรายงาน และการสื่อสารข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ในด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อเป็นแนวทางในการสื่อสารข้อมูลกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และสาธารณชนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเท่าเทียม โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงิน และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเชื่อมั่นในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างเหมาะสม ถูกต้อง และครบถ้วนโดยกำหนดให้การทำรายการระหว่างกันและรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นไปตามหลักการทางการค้า มีความสมเหตุสมผล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าที่มีประสิทธิผลจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท ลดความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทมุ่งยกระดับการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการกำกับดูแลกิจการในระดับกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานของบริษัทย่อยและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าสอดคล้องกับกลยุทธ์ นโยบาย และมาตรฐานด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาลของบริษัท
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบูรณาการหลักการกำกับดูแลกิจการ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับการตัดสินใจด้านการลงทุนและการดำเนินงานในระดับกลุ่มบริษัท โดยเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลบริษัทย่อยและห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ตารางโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการและบทบาทด้าน ESG
| ระดับการกำกับดูแล | บทบาทหน้าที่หลัก | บทบาทด้านการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส |
|---|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) | กำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการโดยรวม | กำหนดนโยบายด้านการเปิดเผยข้อมูล กำกับดูแลให้การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล รวมถึงพิจารณาข้อมูลสาระสำคัญที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น |
| คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee: AC) | กำกับดูแลด้านการเงินการควบคุมภายในและการปฏิบัติตามกฎหมาย | สอบทานความถูกต้อง ความครบถ้วนและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน ตรวจสอบกระบวนการเปิดเผยข้อมูลและรายงานข้อสังเกตต่อคณะกรรมการบริษัท |
| ฝ่ายบริหาร (Management) | บริหารจัดการและดำเนินงานตามนโยบาย | จัดเตรียม รวบรวม และตรวจสอบข้อมูลที่ต้องเปิดเผยให้ถูกต้อง ทันเวลาและสอดคล้องกับนโยบายด้านการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงบริหารจัดการข้อมูลภายในและข้อมูลที่มีสาระสำคัญอย่างเหมาะสม |
| นักลงทุนสัมพันธ์ / เลขานุการบริษัท (IR / Company Secretary) | สื่อสารและประสานงานกับผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแล | เปิดเผยและสื่อสารข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และสาธารณชนอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และโปร่งใส รวมถึงประสานงานการเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
บริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสที่มีประสิทธิผลจะช่วยเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่ดี ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียง และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสียบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน บริษัทมุ่งยกระดับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เปิดเผยมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบูรณาการหลักการด้านความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเป็นธรรมเข้ากับกระบวนการตัดสินใจและการสื่อสารข้อมูลในทุกระดับขององค์กร โดยเชื่อมั่นว่าการเปิดเผยข้อมูลที่มีคุณภาพและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และตลาดทุน และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดแนวคิดการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ (continuous improvement) เพื่อให้ระบบการกำกับดูแลมีความเหมาะสม ทันสมัย และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบททางธุรกิจ กฎระเบียบ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาวการกำกับดูแลกิจการจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดขั้นต่ำ แต่เป็นกระบวนการที่บริษัทมุ่งพัฒนาเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบ
บริษัทมีการทบทวนนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และนโยบายด้านความยั่งยืนเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้แนวทางการกำกับดูแลสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สภาวะการแข่งขัน และทิศทางการดำเนินธุรกิจ การทบทวนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท และได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการชุดย่อยและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและกลไกการกำกับดูแลสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล
ในด้านการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากลรวมถึงเกณฑ์การประเมินด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก อาทิ การประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (CGR) การเข้าร่วมแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และการประเมินตามเกณฑ์ FTSE Russell โดยบริษัทนำผลการประเมิน ข้อเสนอแนะ และแนวโน้มของเกณฑ์ต่าง ๆ มาใช้เป็นข้อมูลประกอบในการพัฒนานโยบาย โครงสร้าง และกระบวนการกำกับดูแล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเตรียมความพร้อมต่อความคาดหวังในอนาคต ทั้งในด้านความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่โดยบูรณาการประเด็นด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนเข้ากับการกำหนดกลยุทธ์ การตัดสินใจ และการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารในการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัทมุ่งยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้เป็นระบบที่มีพลวัตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการบริษัทในการกำกับ ติดตาม และประเมินประสิทธิผลของโครงสร้าง นโยบาย และกลไกการกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการกำกับดูแลสามารถรองรับความเสี่ยง โอกาส และความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงประเด็นด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบูรณาการหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และความรับผิดชอบเข้ากับกระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กรโดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียและเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว