
ตลอดปี 2568 โลกยังคงเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่ทวีความซับซ้อนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความคาดหวังของสังคมต่อความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ตลอดจนกรอบกติกาและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตขององค์กรในทุกอุตสาหกรรม โดยบริษัทตระหนักดีว่าความท้าทายดังกล่าว มิได้เป็นเพียงความเสี่ยง หากแต่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปรับตัวและกำหนดทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก บริษัทให้ความสำคัญกับการรับมือปัญหาขยะพลาสติกและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการดำเนินงานตามแนวทาง EPR (Extended Producer Responsibility) การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% (Mono Material) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการขนส่ง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมถึงดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสมดุล จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
จากรากฐานด้านความยั่งยืนที่บริษัทได้วางไว้อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรให้ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) เข้ากับกลยุทธ์หลักขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งกำหนดแนวทางด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและ การดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero และแผนกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Strategy) ในระยะยาว ทั้งเชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทให้สอดคล้องกับ SDGs และการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่มีความรับผิดชอบต่อโลกมากยิ่งขึ้น
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่น เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กร ไม่เพียงเพื่อลดผลกระทบ แต่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ปี 2568 ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในหลายมิติ ทั้งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรอบกติกาด้านความยั่งยืนระดับสากลที่เข้มงวดขึ้น และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกระแสการรณรงค์ลดและงดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรม
คณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ตระหนักดีว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ จึงบูรณาการกรอบการดำเนินงานด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) เข้ากับกลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างสมดุลให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) บริษัทมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์แบบ Mono Material, Ready-to-Recycle Film, MDO PE, ฟิล์ม PCR และวัสดุ Bio Compostable เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานด้าน Climate Strategy และเป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero ในระยะยาว รวมถึงการอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าร่วมโครงการ Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อยกระดับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ
ในมิติด้านสังคมและธรรมาภิบาล (Social and Governance) บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน การได้รับการรับรอง Green Industry ระดับ 5 และการเป็นผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจพลาสติกรายเดียวจากประเทศไทยที่เข้าอยู่ในเครือข่าย R-cycle Community สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลบรรจุภัณฑ์ และธรรมาภิบาลในระดับสากล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเป้าหมาย SDGs ผ่านกิจกรรมพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ท้ายนี้คณะทำงานบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบ ESG และมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของบริษัทท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียและโลกใบนี้ต่อไป
