บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักลงทุนสัมพันธ์ เนื่องจากนักลงทุนสัมพันธ์ มีหน้าที่ติดต่อสื่อสาร เปิดเผยข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท ให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุนทั้งรายบุคคลและสถาบัน นักวิเคราะห์ ผู้สื่อข่าว ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป อย่างถูกต้อง เพียงพอ โปร่งใส ทั่วถึง ทันต่อเวลาและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท
คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลของบริษัททั้งที่เกี่ยวกับการเงินและที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยการให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยสารสนเทศต่างๆ จึงได้จัดให้มีจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและส่งเสริมให้การดำเนินงานของนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทตั้งอยู่บนหลักจริยธรรม เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ โดยเน้นให้มีการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และยึดถือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
กรรมการ คณะผู้บริหารระดับสูง นักลงทุนสัมพันธ์ และพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน และงานนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์อย่างเคร่งครัด โดยมีหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
- เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง เพียงพอ โปร่งใส ทั่วถึง ทันต่อเวลาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และอยู่บนพื้นฐานของการเปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือการตีความผิด และปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นความลับทางการค้าหรือข้อมูลลับที่อาจทำให้บริษัท เสียเปรียบหรือสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้
- ตอบคำถามและข้อสงสัยของผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ได้อย่างถูกต้อง เพียงพอ โปร่งใส และทันต่อเวลาและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น
- รักษาความลับ ไม่เปิดเผย และไม่ใช้ข้อมูลภายในใดๆของบริษัทซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเอง และ/หรือ บุคคลอื่นโดยมิชอบ
- งดเว้นการจัดประชุมหรือชี้แจงข้อมูล (Silent Period) ให้กับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายภายในระยะเวลา 15 วันก่อนวันเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาส/รายปีของบริษัท
- กำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่นำเสนอในการประชุมเฉพาะกลุ่ม เช่น การประชุมนักวิเคราะห์หรือกองทุนผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทหลังการประชุมในแต่ละครั้งเสร็จสิ้น เพื่อให้สาธารณชนได้ข้อมูลโดยเท่าเทียมกัน
- ควรใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารข้อมูลผ่านทางเครือข่ายทางสังคม (Social Network) โดยหากพบประเด็นที่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเข้าใจผิด จำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อมูลผ่านทางระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยทั่วกัน เพื่อป้องกันปัญหาการให้ข้อมูลแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ
- เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสอบถามข้อมูลได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด หรือต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลต่าง ๆ เสียก่อน โดยสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางอีเมล์ IR@uniqueplastic.com หรือ โทรศัพท์หมายเลข 02-703-6471
- ปฏิบัติหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์ด้วยความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนมีความซื่อสัตย์สุจริตในวิชาชีพ และดำรงตนอยู่บนพื้นฐานของหลักของความถูกต้องและความเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติบนอามิสสินจ้างใดๆที่เป็นเหตุจูงใจส่วนบุคคล และเอื้อประโยชน์ส่วนตนหรือต่อบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากกว่าผลประโยชน์ของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
- ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติต่างๆ ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) รวมถึงข้อบังคับและนโยบายของบริษัทอย่างเคร่งครัด รวมถึงยกระดับงานนักลงทุนสัมพันธ์ด้วยการมุ่งสู่การเป็นหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดหลักทรัพย์ไทยและตามมาตรฐานสากล
- งดเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงเวลาห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ (Blackout Periods) ตามนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่พึงเปิดเผยต่อสาธารณะและการป้องกันการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน กำหนดนโยบายห้ามกรรมการ คณะผู้บริหารระดับสูง (ตามนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ตามกฎหมาย) และพนักงานที่รู้หรืออาจครอบครองข้อมูลภายใน ซื้อขายหรือโอนหุ้นของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือนปฏิทินก่อนการประกาศผลประกอบการและ 1 วันทำการหลังประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส/ประจำปีของบริษัท อีกทั้งกรรมการ คณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงานที่รู้หรืออาจครอบครองข้อมูลภายใน จะต้องถือครองหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ไตรมาส นับจากวันที่ได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมาย
- ในกรณีรับทราบการฝ่าฝืนหลักปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งของ “จรรยาบรรณลงทุนสัมพันธ์” ฉบับนี้ ให้รายงานการฝ่าฝืนและผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยไม่ชักช้าต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ คณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ
จรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์ฉบับนี้ ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป